Search
× Search




ผลงานสหกิจ

การศึกษากระบวนการประกันคุณภาพซอฟต์แวร์ในการพัฒนาซอฟต์แวร์

A Study of the Software Quality Assurance Process in Software Development

ผู้จัดทำ: นางสาววรัญญา ตะเพียรทอง

อาจารย์ที่ปรึกษา: อาจารย์ธิติพร ประมวน

ที่มาและความสำคัญ

ในปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาทสำคัญต่อธุรกิจธนาคาร ทั้งการให้บริการผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์เพื่อตอบสนองต่อผู้ใช้งาน กระบวนการทดสอบซอฟต์แวร์ (Software Testing) จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยยืนยันว่าระบบทำงานได้สอดคล้องกับความต้องการ แม้การทดสอบแบบอัตโนมัติจะแพร่หลายขึ้น แต่การทดสอบแบบ Manual Testing ยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญที่ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะการตรวจสอบเชิงคุณสมบัติจากมุมมองของผู้ใช้งานจริง โครงงานนี้จึงนำเสนอประสบการณ์และกระบวนการทำงานในแผนก QA ภายใต้สภาพแวดล้อมการทำงานจริงขององค์กรขนาดใหญ่

วัตถุประสงค์

  1. ศึกษาบทบาทและลักษณะการทำงานของแผนก Quality Assurance (QA) ภายในกระบวนการพัฒนาระบบ (SDLC) ในรูปแบบ Agile (Scrum)
  2. วิเคราะห์ขั้นตอนการทดสอบระบบซอฟต์แวร์แบบ Manual Testing และการประกันคุณภาพโดยใช้เครื่องมือมาตรฐาน เช่น Jira, Zephyr และ MongoDB
  3. ฝึกฝนการออกแบบตารางความครอบคลุมการทดสอบ (Test Coverage Matrix) และกรณีทดสอบ (Test Cases) ให้สอดคล้องกับ Requirement
  4. ศึกษาการจัดการข้อบกพร่อง (Defect Management) และแนวทางการแก้ไขปัญหาเชิงเทคนิคในสภาพแวดล้อมการทำงานจริง

วิธีการดำเนินงาน

กระบวนการทำงานเป็นการปฏิบัติงานร่วมกับทีมพัฒนาภายใต้กรอบการทำงานแบบ Agile (Scrum) ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น Daily Standup, Sprint Planning และ Refinement โดยมีขั้นตอนการทดสอบระบบดังนี้

  1. การศึกษา Requirement — วิเคราะห์ความต้องการทางธุรกิจ (Business Requirement) ผ่านระบบ Jira และเอกสารบน Confluence ศึกษาแบบจำลองหน้าจอและเส้นทางการใช้งาน (UI/UX) ผ่าน Figma
  2. การวิเคราะห์และวางแผนการทดสอบ — วิเคราะห์ภาพรวมของระบบร่วมกับทีม ประเมินความซับซ้อนของงาน และจัดลำดับความสำคัญของฟังก์ชันที่จะทดสอบให้สอดคล้องกับระยะเวลาของ Sprint
  3. การออกแบบการทดสอบ — จัดทำ Test Coverage Matrix (TCM) โดยแยกเส้นทางการใช้งานหลัก (Core Workflow) ออกมาอย่างชัดเจน และออกแบบ Test Cases อย่างละเอียดผ่าน Google Sheets หรือ Microsoft Excel ครอบคลุมทั้งการทดสอบกรณีปกติ (Positive Test) และกรณีเกิดข้อผิดพลาด (Negative Test) จากนั้นนำขึ้นโหลดเข้าระบบ Jira ผ่านปลั๊กอิน Zephyr
  4. การทดสอบระบบ — Manual Testing บน Web Browser (Chrome, Edge) และ Mobile Device (iOS, Android) ตามขั้นตอนที่ออกแบบไว้ ใช้ MongoDB ในการ Query ข้อมูลหลังบ้านเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และอัปเดตสถานะการทดสอบใน Daily Standup
  5. การจัดการข้อบกพร่องและติดตามผล — เมื่อพบข้อบกพร่อง จะทำการเปิด Defect ลงใน Jira พร้อมระบุรายละเอียดให้ครบถ้วน ประเมินและกำหนด Priority และ Severity ติดตามวงจรชีวิตของ Defect (Defect Lifecycle) อย่างต่อเนื่อง

ผลการดำเนินงาน

  • เข้าร่วมกิจกรรม Scrum ครบทุกขั้นตอน (Planning, Standup, Refinement, Demo, Retro) ทำให้สามารถประสานงานกับ Developer ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • สามารถใช้ MongoDB ในการ Verify ข้อมูล และใช้ Zephyr ในการบันทึกและสรุปรายงานผลการทดสอบได้อย่างเป็นระบบ
  • จัดทำกรณีทดสอบทั้งหมด 23 กรณี ครอบคลุม Positive Test (91.3%) และ Negative Test (8.7%) รองรับสถานะเอกสารมากกว่า 10 รูปแบบ
  • ค้นพบข้อบกพร่องและติดตามการแก้ไขตามมาตรฐาน SLA โดยปัญหาระดับ Critical ได้รับการแก้ไขถาวรภายใน 2 วันตามที่องค์กรกำหนด

สรุปผลการดำเนินงาน

การปฏิบัติสหกิจศึกษาบรรลุวัตถุประสงค์ทั้งหมด โดยเกิดผลลัพธ์การพัฒนาใน 2 ด้านหลัก ดังนี้

ด้านเทคนิค (Hard Skills): ได้รับความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ระบบ การออกแบบ TCM และ Test Cases อย่างมีมาตรฐาน การจัดการ Defect อย่างเป็นระบบ และสามารถใช้งานเครื่องมือระดับอุตสาหกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว

ด้านสังคมและศักยภาพ (Soft Skills): ได้พัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีมร่วมกับนักพัฒนา การสื่อสารเชิงเทคนิคอย่างมีประสิทธิภาพ การบริหารเวลาในแต่ละ Sprint และการคิดวิเคราะห์แก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ

Previous Article Lotto Payment by RPG400: ระบบจ่ายดอกเบี้ยรายงวดของบัญชีสลากออมทรัพย์ด้วยภาษา RPG400
Next Article การศึกษาระบบการวิเคราะห์ความคิดเห็นของกีฬาฟุตบอลไทยด้วยระบบ Zocial Eye
Print
5 Rate this article:
No rating

Documents to download

Terms Of UsePrivacy StatementCopyright 2026 by My Website
Back To Top